สารคดี

Name:

ยินดีต้อนรับ สู่โลกส่วนตัว (หนังสือ) ของผม

Thursday, November 09, 2006

พนันบอลพนันคน

“ฟุตบอล” หนึ่งในกีฬาลูกกลม ๆ ที่มีอยู่มากมาย และดูเหมือนจะกลายเป็นกีฬาที่มนุษย์ให้ความนิยมที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุเพราะฟุตบอลนั้นมีความสนุกสนานอยู่ในตัวมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกที่ได้เล่น (ใครที่เคยเล่นจะรู้ดี) หรือความสนุกที่ได้ดู (ใครที่เคยดูก็น่าจะรู้) และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับความสนุกที่เกิดจากกีฬาฟุตบอล คือได้ดูและได้เล่นพร้อม ๆกัน ความสนุกถึงทวีคูณนี้ เราใช้ชื่อเรียกกันว่า “การพนันบอล”

การพนันบอลเป็นสิ่งไม่ดีใครก็รู้ ขึ้นชื่อว่าการพนันแล้วย่อมไม่เกิดผลดีเป็นแน่ แต่อะไรเล่าที่ทำให้การพนันฟุตบอลนั้น เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอันดับต้น ๆ ของเหล่านักพนันตัวยงทั้งหลาย มีเงินใช้หรือหมดเงินใช้ ได้ทั้งดูได้ทั้งเล่นพร้อมกันหรือ ดูบอลได้สนุกขึ้น หรืออย่างไร คุณใหม่ ในนามสมมุติ หนึ่งในอดีตผู้คร่ำหวอดและคลุกคลีอยู่กับวงการนี้เป็นอย่างดี จะเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงสู่ชาวเรา ผู้ที่ได้รับความสนุกจากการดูหรือการเล่นเพียงอย่างเดียวได้รับรู้

“คือมันคล้าย ๆ กับว่าเราดูบอลแล้วเราได้ลุ้นไปกับมัน ลุ้นว่าจะชนะไหมจะแพ้ไหม เราจะมีตังค์ใช้ไหม อะไรประมาณเนี้ย” คุณใหม่ตอบพร้อมอารมณ์ขัน “คือไม่ใช่ครับ คือคนที่เล่นพนันบอลนั้นมีหลายรูปแบบ จะมีทั้งมาเอาตังค์อย่างเดียวเลย แทงทีละเยอะ ๆ เสียทีก็หน้ามืด กับพวกที่แทงเล่น ๆ เอาสนุก พวกนี้จะแทงไม่มาก แต่ก็แทงบ่อย” แล้วตัวคุณใหม่เองเป็นแบบไหน “ของผมคือเป็นแบบสองอย่างรวมกัน คือมาเอาตังค์ด้วยแทงทีละเยอะ ๆ และเอาสนุกด้วยแทงบ่อย ๆ คือแทงบ่อยและทีละเยอะ ๆ อย่างพวกผมนี้เขาแทงกันจนมีเครดิตกันแล้ว แบบแทงด้วยปากไปก่อน เรื่องเงินไว้ทีหลังอะไรแบบเนี้ย”

“ผมเริ่มเข้าวงการจากการชักชวนของเพื่อนครับ ไอ้เพื่อนนี้ตัวสำคัญเลย ตัวนำเราเข้าหาเลย” คำจากปากของคุณใหม่หลุดออกมาเป็นสาย ดั่งคนที่มีความรู้เยอะแล้วอยากจะระบาย “ตอนแรกก็เล่นทีละร้อยสองร้อย เล่นไปเล่นมามันกลายไปเป็นหลักหมื่นหลักแสน โดยไม่รู้ตัว คือพอเราเสียเราก็อยากได้คืน พอได้คืนมามันก็กลายเป็นว่าต้องได้กำไรบ้าง แล้วก็แทงไปเรื่อย” “ตอนแรกนี่จะได้ก่อน ได้แบบนิด ๆ หน่อย ๆ เอาพอติดใจ ก็จะเริ่มเสียละ พอเสียจนหมดกำลังใจมันก็จะได้ใหม่ ได้ ๆ เสีย ๆ พอทีนี้มารู้อีกทีก็กลายเป็นหนี้เป็นแสนไปแล้ว” “เริ่มรู้สึกตัวคือ ข้าวของในบ้านก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ครอบครัวก็เดือดร้อน ทำอะไรก็ลำบากเพราะเงินไม่มี เลยตัดสินใจเลิกครับ” “พอเราตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าเราจะเลิกได้แล้ว มันก็ทำได้ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ใจ” “พอเลิกปุ๊บก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อยเริ่มมีเงินใช้ เพราะไม่ได้ไปเสียที่ไหนแล้วไง มันเลยมีเงินติดตัวบ้าง” “ตอนนี้ไม่หันกลับไปแล้วครับ คือรู้มาหมดทุกอย่างแล้ว รู้ว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้ม รู้ว่ามันมีความสุขแค่ชั่ววูบเท่านั้น แล้วความทุกข์ก็จะตามมาอีกเพียบ”

และคำตอบสุดท้ายที่คุณใหม่ทิ้งท้ายไว้ให้คือ “การพนันบอลนั้นไม่สามารถพนันความเป็นคนของคนๆนั้นได้หรอก ต้องดูที่จิตใจ คนดี ๆ ที่เล่นก็มี พอเล่นแล้วรู้ตัวก็เลิกแล้วก็ยังเป็นคนดีอยู่ ก็มีเยอะแยะ อย่างผมนี่ไง” เขาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

กรกฎาคม 2547

คลุกหนังสือทำมือให้เข้ากับเชียงใหม่ในวันหน้า

หนังสือสื่อทางเลือก หนังสือนอกกระแส หนังสือทุนต่ำ หรือหนังสือถ่ายเอกสาร ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีซับเซตที่ตรงกันอยู่อย่าง ซึ่งเรามักจะเรียกกันติดปากว่า “หนังสือทำมือ”

คำว่า หนังสือทำมือ มีคำจำกัดความอยู่มากหลาย แล้วแต่ความเข้าใจของแต่ละคนว่าให้ความหมายกับมันว่าอย่างไร บางคนว่า เป็นหนังสือที่เขียนเอง ทำเอง เย็บเล่มเอง บางคนว่าเป็นหนังสือที่ใช้ทุนในการผลิตต่ำ ทำออกมาในจำนวนจำกัด บางคนว่าเป็นหนังสือที่ใช้ระบบการพิมพ์แบบถ่ายเอกสาร หรือแม้แต่บางคนว่า เป็นหนังสือที่ทำด้วยมือ ซึ่งแต่ละความหมายที่แต่ละคนเข้าใจนั้น ไม่มีผิด เพราะคำว่าหนังสือทำมือ ไม่มีคำจำกัดความที่ตายตัวสักเท่าไหร่ เพียงแค่คุณทำหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง โดยที่คุณไม่ได้อยู่ในรูปแบบขององค์กร หรือบริษัท และคุณไม่ได้ทำเป็นธุรกิจใหญ่โตอะไร ทำมันขึ้นมาเอง ตอบสนองตัณหาของตัวเอง เท่านี้เราก็เรียกนั่นว่าเป็นหนังสือทำมือแล้ว ไม่ว่าคุณจะใช้กระบวนการพิมพ์อย่างไร จะถ่ายเอกสาร หรือจะส่งโรงพิมพ์ คุณจะทำเล่มใหญ่หรือเล่มเล็ก คุณจะทำมากเล่มหรือน้อยเล่ม เราก็เรียกงานคุณว่าเป็นหนังสือทำมือ เพียงแต่นั่นเป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อตอบสนองความอยากของตัวเองเท่านั้น

ในเชียงใหม่เองเริ่มรู้จักหนังสือทำมือมาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่พอมาช่วงหลังๆ ประมาณ 2-3 ปีถัดมา เริ่มมีคนสนใจกันมากขึ้น ถือเป็นช่วงขาขึ้นของหนังสือทำมือในเชียงใหม่ มีคนสนใจ ทั้งทำ และอ่านเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว ถึงขั้นมีการจัด มหกรรมหนังสือทำมือและสื่อทางเลือก ภาคเหนือ ครั้งที่ 1 ขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และได้ผลการตอบรับที่น่าพอใจพอสมควร

แต่หลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มเข้าสู่ขาลงของหนังสือทำมือในเชียงใหม่ เข้าตำราที่ว่า มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นธรรมดา คนเริ่มสนใจน้อยลง นักเขียนเริ่มหายหน้าหายตา คนอ่านเริ่มอ่านน้อยลง คนทำก็ลดลงเรื่อยๆ ถึงขั้นเลิกทำไปก็มี แล้วคนวงในจะมีวิธีแก้ปัญหากับสิ่งเหล่านี้กันยังไง

“ผมว่าช่วงนี้หนังสือทำมือลดลงไปมาก เหลืออยู่ไม่กี่มากน้อย จะนับกันจริงๆ ที่เห็นก็จะมี หนังสือ‘น้ำใส’ ที่ทำออกมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ‘ซับ’ของเราก็เป็นอีกหนึ่ง แล้วก็จะมี long ของลูกชายที่เป็นหนึ่ง ที่เห็นยังวางขายอยู่ ก็ประมาณ 4-5 หัวราวๆ นี้” คุณท๊อป บรรณาธิการนิตยสารทำมือ “ซับ” ว่าไว้ได้ใกล้เคียงกับคุณก้อยเจ้าของร้าน“เล่า” ร้านขายหนังสือ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการวางหนังสือทำมือขาย “พี่ว่ามันมีน้อยลง คนมาฝากขายหนังสือเริ่มน้อยลง จะมีก็มีแต่หน้าเดิมๆ คนเคยทำมาแล้วทั้งนั้น คนใหม่ๆ ไม่ค่อยมี”

ส่วนเรื่องคุณภาพงานในปัจจุบันทั้งคู่ก็ให้ความได้ใกล้เคียงกันว่า “งานก็จะมีหลากหลาย ทั้งดีและไม่ดีคลุกเคล้ากันไป คือบางคนทำออกมาดี แล้วก็หายไป บางคนทำออกมาใช้ได้ และก็ทำอย่างต่อเนื่อง นับว่านั่นโอเค” บ.ก.ซับกล่าว “พี่ว่ามันมีหลากหลาย จะบอกงานไหนว่าดีมันยาก แล้วแต่คนจะมอง แต่พี่ว่างานมันก็โอเคทั้งนั้น ยิ่งถ้าใครทำมันอย่างต่อเนื่องนั่นเป็นเรื่องดี” เจ้าของร้านเล่าว่าไว้ก่อนจะพูดถึงแนวโน้มในอนาคตเรื่องของคุณภาพและปริมาณงานหนังสือทำมือ

“พี่ว่าในอนาคต หนังสือทำมือในเชียงใหม่คงจะไม่ตายง่ายๆ มันอาจจะลดลงบ้างเพราะคนสนใจเริ่มน้อย แต่กลุ่มที่เคยทำก็จะทำกันอยู่ และคนที่เคยอ่านก็จะยังคงตามอ่านงานกันอยู่ มันจะมีกลุ่มเฉพาะของเขา พี่คิดว่าอย่างนั้น ในเรื่องคุณภาพงานก็คงจะเหมือนเดิม” ส่วนบ.ก.ซับว่าไว้อีกอย่างแต่ใกล้เคียงกัน “คุณภาพงานก็คงจะอยู่ในระดับนี้ คงจะไม่มีงานของใครโดดมาเลย จะใกล้เคียงกันอ่านได้เรื่อยๆ เรื่องปริมาณก็คงต้องลดลงอยู่แล้วเพราะบางทีมันเกิดการอิ่มตัวขึ้น คือช่วงที่บูมก็บูมมากๆ จนมันถึงขีดสุด ก็ต้องลดลงเรื่อยๆเป็นธรรมดา แต่คงต้องมีต่อไปแน่นอน”

เรื่องแนวทางของงานตัวเองล่ะ บ.ก.ซับก็ว่า “ผมคงทำต่อไปอยู่แล้ว มันเข้าเส้นแล้วนี่ แต่อาจจะลดปริมาณลง เพราะหนังสือเราออกเป็นรายเดือนก็คงต้องปรับลดลงออกช้าลง แล้วยิ่งช่วงนี้เรากำลังเปิดบริษัทรับออกแบบทั่วไปอยู่จึงไม่ค่อยมีเวลาทำเท่าไหร่ แต่จะทำต่อไปเรื่อยๆแน่นอน เพราะเราเห็นใจคนที่กำลังรออ่านหนังสือเราอยู่” “แนวทางของร้านเราก็คงจะเหมือนเดิมตลอด คือจะคอยสนับสนุนคนทำหนังสือพวกนี้อยู่แล้ว ใครทำมาไม่มีที่ขายก็มาฝากที่ร้านได้ ซึ่งเราว่ามันเป็นเรื่องที่ดี และคิดว่าร้านเราน่าจะมีหนังสือทำมือเยอะที่สุดในเชียงใหม่แล้ว พูดแบบเข้าข้างตัวเองเล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าจะเกินจริง” คุณก้อยกล่าวทิ้งท้ายถึงแนวทางของร้านตัวเองว่ายังคงเหมือนเดิมต่อไป

ผ่านฝั่งคนทำกับคนขายไปแล้ว ถึงคิวคนอ่านกับคนซื้อชี้แจงเกี่ยวกับหนังสือทำมือในเชียงใหม่ ว่าปัจจุบันและอนาคตควรจะเป็นอย่างไร มีทั้งส่วนที่รู้จักและไม่รู้จัก “ก็รู้จัก เคยอ่าน พอดีเห็นเพื่อนอ่านและเพื่อนแนะนำให้รู้จักแล้วชอบ เห็นว่ามันน่าสนใจดีก็เลยตามอ่านมาเรื่อยๆ” นักศึกษาหญิงแสดงตัวเป็นตัวแทนของคนอ่าน “ไม่เคยอ่านครับ ไม่รู้จัก มันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่” นักศึกษาชายแสดงตัวแทนคนไม่เคยอ่าน

แล้วทั้งคู่ก็ให้ความเห็นของตัวเองต่อหนังสือทำมือของเชียงใหม่ในอนาคต โดยเริ่มจากเรื่องคิดเห็นอย่างไรกับงานปัจจุบัน นักศึกษาหญิง “ก็คิดว่าน่าสนใจดีค่ะ มีหลากหลายรูปแบบ ช่วงหลังๆเริ่มลดลงบ้าง แต่ก็พอหาอ่านได้ เนื้อหาก็จะมีคละกันไป มีทั้งดีบ้างไม่ดีบ้างเราก็อ่านมาเรื่อย” ส่วนนักศึกษาชาย “ก็ไม่เคยอ่านไงพี่ ไม่รู้จัก” ตอนนี้ก็รู้จักแล้ว แล้วคิดว่าอย่างไร “ก็อยากลองหามาอ่านดูบ้าง แล้วมันซื้อได้ที่ไหน”

เราเปลี่ยนเรื่องมามองงานในอนาคตว่าน่าจะเป็นอย่างไรกันดีกว่า นักศึกษาหญิงว่า “คงจะมีคนทำน้อยลง แต่ไม่น่าจะหายไปหมด เพราะมีคนที่ใจรักจริงๆอยู่ไม่น้อย และเราก็จะตามอ่านงานของเขาไปเรื่อยๆ เขาจะได้มีกำลังใจทำมันต่อ” นักศึกษาชายเสริม “ผมว่าคนอ่านก็น่าจะเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งล่ะ และถ้างานมันน่าสนใจจริงก็คงจะอยู่ในเชียงใหม่ต่อไปได้เรื่อยๆ ว่าแต่ผมจะหาซื้อได้ที่ไหน” (ร้านเล่าไง)

จากการฟังความคิดเห็นของทุกๆฝ่ายพอจะเห็นถึงแนวโน้มของหนังสือทำมือในเชียงใหม่ในอนาคตว่า น่าจะมีคนทำและคนอ่านต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่หนังสือทำมือจะหายไปจากเชียงใหม่แน่นอน เพราะคนวงในนั้นเป็นตัวจริงกันเกือบทั้งสิ้น และบางทีหนังสือทำมืออาจจะถูกคนวงในคลุกมันให้เข้ากับเชียงใหม่ในวันข้างหน้าได้อย่างพอเหมาะอีกด้วย...

กรกฎาคม 2546